หน้าหลัก / บทความ / news
news 2026.03.15 อ่าน 12 นาที

ไทยขยายสิทธิลาคลอด 120 วัน พร้อมสิทธิลาของคู่สมรส 15 วัน | พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2568 ฉบับสมบูรณ์

พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2568 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 7 ธันวาคม 2568 ขยายสิทธิลาคลอดเป็น 120 วัน และนำ 'วันลาคู่สมรส' 15 วัน มาใช้เป็นครั้งแรกในภาคเอกชน บทความนี้อธิบายเนื้อหาทั้งหมดและสิ่งที่บริษัทญี่ปุ่นควรดำเนินการทันที

พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2568 มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2568 ขยายสิทธิลาคลอดจาก 98 วัน เป็น 120 วัน และนำ ‘วันลาคู่สมรส’ 15 วัน มาบังคับใช้เป็นครั้งแรกในภาคเอกชนไทย กฎหมายมีผลบังคับใช้แล้ว — บริษัทที่ยังไม่ได้ปรับปรุงข้อบังคับการทำงานหรือระบบคำนวณเงินเดือนต้องดำเนินการโดยเร่งด่วน


1. ภาพรวม — อะไรเปลี่ยนแปลงและเพราะอะไร

เกี่ยวกับ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2568

การแก้ไขครั้งนี้มีชื่อทางการว่า พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2568 ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 และมีผลบังคับใช้ 30 วันหลังจากนั้น คือวันที่ 7 ธันวาคม 2568

การปฏิรูปครั้งนี้มาจากแรงกดดัน 3 ประการ ได้แก่:

  • มาตรฐาน ILO ว่าด้วยการคุ้มครองความเป็นมารดา — สิทธิลาคลอด 98 วันเดิมต่ำกว่าเกณฑ์ที่ ILO แนะนำ
  • แนวทาง WHO/UNICEF — แนะนำสิทธิลาคลอดมีเงินเดือนอย่างน้อย 18 สัปดาห์
  • กระบวนการเข้าเป็นสมาชิก OECD — มาตรฐานแรงงานเป็นส่วนหนึ่งของการพิจารณาการเป็นสมาชิก OECD ของไทย

เปรียบเทียบไทยกับญี่ปุ่น

รายการญี่ปุ่นไทย (หลังแก้ไข)
วันลาคลอด6 สัปดาห์ก่อนคลอด + 8 สัปดาห์หลังคลอด (98 วัน)120 วัน (ยืดหยุ่นก่อน/หลังคลอด)
เงินเดือนระหว่างลาคลอดประมาณ 67% ผ่านประกันสังคม60 วันที่ 100% (นายจ้างจ่าย)
ลาเพื่อเลี้ยงดูบุตรสูงสุด 2 ปี (67%→50%)ไม่มีสิทธิลาเพื่อเลี้ยงดูบุตรแยกต่างหาก
วันลาของคู่สมรสสูงสุด 28 วัน (ลาหลังคลอดสำหรับพ่อ)15 วันที่ 100% (นายจ้างจ่าย)

2. ก่อนและหลังการแก้ไข — ตารางเปรียบเทียบโดยสรุป

สิทธิก่อนแก้ไขหลังแก้ไข (ตั้งแต่ 7 ธ.ค. 2568)
วันลาคลอดรวม98 วัน120 วัน
ส่วนที่นายจ้างจ่าย45 วัน (100%)60 วัน (100%)
ส่วนที่เหลือกองทุนประกันสังคม (SSF)SSF (รายละเอียดยังอยู่ระหว่างการกำหนด)
วันลาดูแลทารกไม่มีสูงสุด 15 วัน (50% ของเงินเดือน นายจ้างจ่าย)
วันลาคู่สมรสไม่มีสูงสุด 15 วัน (100% ของเงินเดือน นายจ้างจ่าย)
ลาประจำเดือนไม่มี1 วัน/เดือน (อัตราเงินเดือนตามนโยบายบริษัท) ดูหมายเหตุ
รายงานสถานะการจ้างงานเมื่อมีการร้องขอเท่านั้นยื่นเองทุกปี เดือนมกราคม (บริษัทที่มีพนักงาน 10 คนขึ้นไป)

3. รายละเอียดการเปลี่ยนแปลงสำคัญ

① ขยายสิทธิลาคลอด (98 → 120 วัน)

สิทธิลาคลอดขยายเพิ่มขึ้น 22 วัน เป็น 120 วัน การแบ่งสัดส่วนก่อน/หลังคลอดมีความยืดหยุ่น ขึ้นอยู่กับคำแนะนำของแพทย์และความต้องการของลูกจ้าง

โครงสร้างการจ่ายเงิน:

  • นายจ้างจ่าย: 60 วัน ที่ 100% ของเงินเดือน (เพิ่มขึ้นจาก 45 วัน)
  • อีก 60 วันที่เหลือ: คาดว่าจะได้รับจากกองทุนประกันสังคม (SSF) แต่เงื่อนไขและจำนวนเงินที่แน่ชัดยังไม่ได้ข้อสรุป ควรติดต่อสำนักงานประกันสังคม (SSO) เพื่อยืนยันข้อมูลล่าสุด

บทเฉพาะกาล: ลูกจ้างที่เริ่มลาคลอดก่อนวันที่ 7 ธันวาคม 2568 มีสิทธิได้รับสิทธิลา 120 วัน หากช่วงเวลาลาขยายเลยวันที่กฎหมายมีผลบังคับใช้

② สิทธิลาดูแลทารก (สูงสุด 15 วัน) — ใหม่

สิทธิลาประเภทใหม่สำหรับลูกจ้างหญิงที่ทารกแรกเกิดมีอาการเจ็บป่วย ความพิการ หรือความเสี่ยงทางการแพทย์ร้ายแรง

  • เงื่อนไข: ต้องมีใบรับรองแพทย์
  • ระยะเวลา: สูงสุด 15 วัน (แยกจากวันลาคลอด)
  • เงินเดือน: 50% ของเงินเดือนปกติ นายจ้างเป็นผู้จ่าย
  • การลาต่อเนื่องหรือแบ่งลา: กฎหมายไม่ได้ระบุไว้อย่างชัดเจน ควรกำหนดนโยบายไว้ในข้อบังคับการทำงานของบริษัท

③ สิทธิลาคู่สมรส (สูงสุด 15 วัน) — ครั้งแรกในภาคเอกชนไทย

นวัตกรรมที่โดดเด่นที่สุดในการแก้ไขครั้งนี้ คือ สิทธิลาตามกฎหมายสำหรับพนักงานที่คู่สมรสคลอดบุตร โดยไม่จำกัดเพศ

  • ผู้มีสิทธิ: พนักงานที่คู่สมรส/คู่ชีวิตคลอดบุตร (ไม่จำกัดเพศ)
  • ระยะเวลา: สูงสุด 15 วัน
  • กำหนดเวลา: ต้องใช้สิทธิภายใน 90 วัน นับจากวันคลอด
  • เงินเดือน: 100% ของเงินเดือนปกติ นายจ้างเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด
  • ลาต่อเนื่องหรือแบ่งลา: มีความเป็นไปได้ทั้งสองแบบตามการตีความที่เป็นที่ยอมรับ

กรอบเวลา 90 วันเป็นเส้นตายที่ชัดเจน ฝ่าย HR ควรแจ้งให้พนักงานทราบล่วงหน้าและติดตามข้อมูลการคลอดเพื่อให้แน่ใจว่าพนักงานใช้สิทธิได้ทันเวลา

④ สิทธิลาประจำเดือน (1 วัน/เดือน) — หมายเหตุเกี่ยวกับการบังคับใช้

แหล่งข้อมูลบางแห่งระบุว่าสิทธิลาประจำเดือน (1 วันต่อเดือน) เป็นส่วนหนึ่งของการแก้ไขฉบับที่ 9 อย่างไรก็ตาม แหล่งข้อมูลต่างๆ มีความเห็นที่แตกต่างกันว่าเป็นส่วนหนึ่งของฉบับที่ 9 ที่ผ่านแล้ว หรือเป็นร่างกฎหมายแยกต่างหากที่ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา ก่อนนำไปกำหนดในข้อบังคับการทำงาน ควรตรวจสอบกับข้อความในราชกิจจานุเบกษาหรือปรึกษาทนายความที่มีคุณสมบัติตามกฎหมายไทย

⑤ รายงานสถานะการจ้างงานประจำปี — ภาคบังคับแล้ว

บริษัทที่มีพนักงาน 10 คนขึ้นไปต้องยื่นรายงานสถานะการจ้างงานประจำปีต่ออธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.)

  • ก่อนแก้ไข: ยื่นเมื่อมีการร้องขอจากพนักงานตรวจแรงงานเท่านั้น
  • หลังแก้ไข: ยื่นเองทุกปี ภายในเดือนมกราคม
  • ที่ยื่น: สำนักงาน กสร. กรุงเทพฯ สำหรับบริษัทในกรุงเทพฯ หรือสำนักงาน กสร. ประจำจังหวัด
  • แบบฟอร์ม: ใช้แบบฟอร์มที่ กสร. กำหนด

กำหนดส่งครั้งแรกในระบบใหม่คือมกราคม 2569 หากบริษัทของท่านยังไม่ได้ยื่น ควรติดต่อ กสร. โดยเร่งด่วน โปรดทราบว่านี่เป็นภาระผูกพันแยกจากการลงทะเบียน EWF (ดูรายละเอียด EWF ได้ที่บทความนี้)


4. การจำลองผลกระทบต่อต้นทุน

ใช้เงินเดือนเดือนละ 20,000 บาทเป็นฐาน (ประมาณ 667 บาท/วัน):

ประเภทการลาการคำนวณต้นทุนต่อคน
ส่วนเพิ่มลาคลอดที่นายจ้างจ่าย (+15 วัน)667 × 15 วัน × 100%ประมาณ 10,000 บาท
วันลาคู่สมรส (ใหม่ 15 วัน)667 × 15 วัน × 100%ประมาณ 10,000 บาท
วันลาดูแลทารก (สูงสุด 15 วัน)667 × 15 วัน × 50%ประมาณ 5,000 บาท

สถานการณ์จำลอง: บริษัทที่มีพนักงาน 50 คน มีพนักงานคลอดบุตร 2–3 ราย/ปี

  • ส่วนเพิ่มค่าจ้างลาคลอด: 3 × 10,000 = 30,000 บาท
  • วันลาคู่สมรส: 3 × 10,000 = 30,000 บาท
  • ต้นทุนเพิ่มเติมโดยประมาณ: ประมาณ 60,000–90,000 บาท/ปี

ผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนค่าจ้างอยู่ในระดับที่จัดการได้ ผลกระทบที่มีนัยสำคัญมากกว่าสำหรับธุรกิจส่วนใหญ่คือการจัดการกำลังคนทดแทนในช่วงลางาน


5. รายการตรวจสอบ — สิ่งที่ต้องทำตอนนี้

กฎหมายมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 7 ธันวาคม 2568 แล้ว หากบริษัทของท่านยังไม่ได้ดำเนินการตามขั้นตอนต่อไปนี้ โปรดดำเนินการโดยเร่งด่วน

เร่งด่วนที่สุด (ดำเนินการทันที)

  • แก้ไขข้อบังคับการทำงาน — ระบุสิทธิลาคลอด 120 วัน, วันลาคู่สมรส 15 วัน, วันลาดูแลทารก
  • ปรับปรุงคู่มือพนักงาน — อธิบายสิทธิใหม่และขั้นตอนการยื่นขอ
  • อัปเดตระบบคำนวณเงินเดือน — กำหนดลาคลอด 60 วันมีเงินเดือน, วันลาคู่สมรส 100%, วันลาดูแลทารก 50%

เร่งด่วน (ดำเนินการให้เสร็จภายในกลางปี 2569)

  • รายงานสถานะการจ้างงาน — หากยังไม่ได้ยื่นสำหรับมกราคม 2569 ติดต่อ กสร. ทันที
  • อบรมผู้จัดการและ HR — ให้เข้าใจกรอบเวลา 90 วันของวันลาคู่สมรส, เงื่อนไขใบรับรองแพทย์สำหรับวันลาดูแลทารก
  • สื่อสารกับพนักงาน — แจ้งการเปลี่ยนแปลงให้พนักงานทุกคนทราบผ่านบันทึกภายในหรือการประชุม

ติดตามต่อเนื่อง

  • ติดตามร่างกฎหมายที่อยู่ระหว่างพิจารณา — การขยายวันลาพักร้อนเป็น 10 วัน, การลาดูแลครอบครัว, การขยายการห้ามเลือกปฏิบัติ ฯลฯ
  • ติดตามความคืบหน้าเรื่องสิทธิประโยชน์ SSF — รายละเอียดสำหรับลาคลอดอีก 60 วันผ่าน SSF ยังต้องรอการยืนยัน

6. คำถามที่พบบ่อย

คำถาม 1: กฎหมายนี้ใช้กับชาวญี่ปุ่นที่ทำงานในไทยด้วยหรือไม่? ใช่ หากพวกเขาทำงานภายใต้สัญญาจ้างงานในไทย สำหรับพนักงานที่ถูกส่งตัวมาจากบริษัทแม่ในญี่ปุ่น กฎที่ใช้บังคับอาจขึ้นอยู่กับลักษณะของสัญญา ควรตรวจสอบสัญญารายบุคคล

คำถาม 2: หากทั้งคู่สมรสทำงานในบริษัทเดียวกัน ทั้งสองคนสามารถลาได้หรือไม่? ได้ ฝ่ายที่คลอดบุตรมีสิทธิลาคลอด 120 วัน และอีกฝ่ายมีสิทธิวันลาคู่สมรส 15 วัน แยกกัน แม้จะอยู่ในบริษัทเดียวกัน

คำถาม 3: วันลาคู่สมรสที่ “ไม่จำกัดเพศ” หมายความว่าอย่างไรในทางปฏิบัติ? กฎหมายให้สิทธิแก่ “ลูกจ้าง” ที่คู่สมรสคลอดบุตร โดยไม่ระบุเพศของลูกจ้าง มักเรียกกันว่า “วันลาของพ่อ” (Paternity Leave) แต่ถ้อยคำในกฎหมายเป็นกลางทางเพศ

คำถาม 4: หากไม่แก้ไขข้อบังคับการทำงาน จะเกิดอะไรขึ้น? กฎหมายบังคับใช้กับลูกจ้างโดยตรง ไม่ว่าข้อบังคับการทำงานจะระบุไว้อย่างไร อย่างไรก็ตาม การมีข้อบังคับการทำงานที่ขัดกับกฎหมายก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านการปฏิบัติตามกฎหมาย โดยเฉพาะในช่วงการตรวจแรงงานหรือข้อพิพาท

คำถาม 5: แบบฟอร์มรายงานสถานะการจ้างงานหาได้จากที่ไหน? ใช้แบบฟอร์มที่กำหนดโดยกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) บริษัทในกรุงเทพฯ ติดต่อสำนักงาน กสร. กรุงเทพฯ บริษัทในต่างจังหวัดติดต่อสำนักงาน กสร. ประจำจังหวัดนั้น


7. มองไปข้างหน้า — การเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมที่คาดว่าจะมา

นอกจากการแก้ไขฉบับที่ 9 แล้ว ยังมีร่างการแก้ไขกฎหมายแรงงานเพิ่มเติมที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของฝ่ายนิติบัญญัติ (ยังไม่มีผลเป็นกฎหมาย):

รายการปัจจุบันที่เสนอ
วันหยุดพักร้อนประจำปี6 วัน หลังทำงาน 1 ปี10 วัน หลังทำงาน 120 วัน
วันลาประจำเดือน1 วัน/เดือน (ดูหมายเหตุข้างต้น)3 วัน/เดือน ตามร่างแยกต่างหาก
ลาดูแลครอบครัวไม่มี15 วัน/ปี
สิทธิการให้นมบุตรไม่มีพัก 30 นาที x 2 ครั้ง/วัน มีเงินเดือน + ข้อกำหนดห้องให้นม
การต่อต้านการเลือกปฏิบัติจำกัดคุ้มครองอย่างชัดเจนสำหรับความพิการ, อัตลักษณ์ทางเพศ, ศาสนา, ความเชื่อทางการเมือง

ร่วมกับกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง (EWF) ที่จะเริ่มใช้ในเดือนตุลาคม 2569 สภาพแวดล้อมกฎหมายแรงงานของไทยกำลังเข้าสู่ช่วงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ รายละเอียดเกี่ยวกับ EWF ดูได้ที่บทความนี้


บทสรุป

การแก้ไข พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 9) ถือเป็นการยกระดับสิทธิด้านครอบครัวของพนักงานในไทยอย่างมีนัยสำคัญ สำหรับบริษัทญี่ปุ่นขนาดกลางและขนาดย่อม ผลกระทบในทางปฏิบัติมีความชัดเจน ได้แก่ การแก้ไขข้อบังคับการทำงาน การปรับระบบเงินเดือน และการสื่อสารการเปลี่ยนแปลงให้พนักงานทราบ กฎหมายมีผลบังคับใช้แล้ว — ถึงเวลาที่ต้องดำเนินการ

หากต้องการความช่วยเหลือในการแก้ไขข้อบังคับการทำงาน การปรับปรุงนโยบาย HR หรือการคำนวณต้นทุนแรงงานภายใต้กฎหมายไทยและญี่ปุ่น กรุณาติดต่อเราได้เลย

บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับระบบกฎหมายของประเทศไทย และไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมายภายใต้กฎหมายไทย สำหรับกรณีเฉพาะ กรุณาปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่มีใบอนุญาตทนายความไทย สำนักงานของเราทำงานร่วมกับทนายความไทยของ JTJB International Lawyers

← บทความ
— Get in touch —

เกี่ยวกับเนื้อหาบทความ
โปรดปรึกษาเรา

สำหรับคำปรึกษาเฉพาะเจาะจงที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อในบทความ กรุณาติดต่อเราผ่านแบบฟอร์ม เราจะตอบกลับภายใน 3 วันทำการ ข้อมูลทุกประการจะถูกเก็บรักษาเป็นความลับ

แบบฟอร์มติดต่อ
Responseภายใน 3 วันทำการ
Hoursจ–ศ 9:00–18:00 (เวลากรุงเทพฯ)
Languagesญี่ปุ่น · อังกฤษ · ไทย
Privacyเก็บรักษาเป็นความลับอย่างเคร่งครัด