หน้าหลัก / บทความ / column
column 2026.04.11 อ่าน 9 นาที

พาสัตว์เลี้ยงมาไทย|ขั้นตอนนำเข้าสุนัข-แมว กฎการเลี้ยง และข้อควรรู้เมื่อกลับญี่ปุ่น【ตอนจบ】

คู่มือสำหรับชาวญี่ปุ่นที่ต้องการนำสัตว์เลี้ยงมาไทย: ขั้นตอนขอ Import Permit วัคซีน กักกัน กฎเลี้ยงสัตว์ในคอนโด ข้อบัญญัติ กทม. จำกัดจำนวนสัตว์เลี้ยง (2569) และกฎ 180 วันของญี่ปุ่นเมื่อนำสัตว์เลี้ยงกลับ

นี่คือบทความที่ 10 ซึ่งเป็นตอนจบของซีรีส์ “ชีวิตในไทยและกฎหมาย” บทที่แล้วพูดถึงความปลอดภัยอาหารและการคุ้มครองผู้บริโภค คราวนี้มาถึงเรื่อง “การใช้ชีวิตในไทยกับสัตว์เลี้ยง” สำหรับผู้ที่ต้องการนำสัตว์เลี้ยงตัวโปรดมาไทย หรือกำลังคิดจะเลี้ยงสัตว์ในไทย มาดูขั้นตอนการนำเข้า กฎการเลี้ยง และข้อควรระวังเมื่อกลับญี่ปุ่นกัน


1. นำสัตว์เลี้ยงมาไทย — 5 ขั้นตอน

การนำสุนัขหรือแมวจากญี่ปุ่นมาไทย ต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 มาดูขั้นตอนที่ต้องเตรียมกัน

ขั้นตอนที่ 1: ฝังไมโครชิป

ฝัง ไมโครชิปมาตรฐาน ISO 11784/11785 ให้สัตว์เลี้ยง หมายเลขไมโครชิปจะปรากฏในเอกสารทุกฉบับ จึงต้อง ฝังก่อนฉีดวัคซีนพิษสุนัขบ้า

ขั้นตอนที่ 2: ฉีดวัคซีน

สุนัขแมว
พิษสุนัขบ้า (21 วัน ถึง 1 ปีก่อนออกเดินทาง)พิษสุนัขบ้า (21 วัน ถึง 1 ปีก่อนออกเดินทาง)
โรคไข้หัดสุนัขโรคลดจำนวนเม็ดเลือดขาว (FVRCP)
ตับอักเสบติดเชื้อ
พาร์โวไวรัส
เลปโตสไปโรซิส

วัคซีนพิษสุนัขบ้าฉีดได้ตั้งแต่อายุ 3 เดือน (84 วัน) ขึ้นไป ต้องฉีดภายใน 21 วัน ถึง 1 ปีก่อนออกเดินทาง จึงต้องวางแผนล่วงหน้า

ขั้นตอนที่ 3: ยื่นขอ Import Permit

ยื่นขอใบอนุญาตนำเข้าจาก ด่านกักกันสัตว์ (AQS) สังกัดกรมปศุสัตว์ (DLD)

รายการรายละเอียด
อีเมลสมัครqsap_bkk_import@dld.go.th
กำหนดเวลา7 วันทำการ ถึง 60 วัน ก่อนออกเดินทาง
เอกสารที่ต้องใช้แบบฟอร์ม R1/1 (แบบฟอร์มทางการ DLD), สำเนาพาสปอร์ตเจ้าของ, ใบรับรองไมโครชิป, บันทึกวัคซีน, ข้อมูลเที่ยวบิน, รูปถ่ายสัตว์เลี้ยง
รูปแบบการออกส่งเป็น PDF ทางอีเมล

ขั้นตอนที่ 4: ขอใบรับรองสุขภาพ

7-10 วันก่อนออกเดินทาง ขอ ใบรับรองสุขภาพอย่างเป็นทางการ (ภาษาอังกฤษ) จากหน่วยงานกักกันสัตว์ของญี่ปุ่น (MAFF/AQS) ต้องผ่านการตรวจโดยสัตวแพทย์ของรัฐ

ขั้นตอนที่ 5: ขั้นตอนเมื่อถึงไทย (สนามบินสุวรรณภูมิ)

ขั้นตอนรายละเอียด
ตรวจที่ AQSสัตวแพทย์ตรวจสุขภาพสัตว์เลี้ยง
ออก Import Licenseออกใบอนุญาตนำเข้าอย่างเป็นทางการ (แบบ R-7) ค่าธรรมเนียม 500 บาท/ตัว
พิธีการศุลกากรชำระภาษีที่ช่อง “Goods to Declare”
ระยะเวลาหากเอกสารครบถ้วน ปกติ ปล่อยตัวในวันเดียวกัน

หากเอกสารไม่ครบหรือสัตว์เลี้ยงมีปัญหาสุขภาพ อาจถูกกักกันสูงสุด 30 วัน เคาน์เตอร์ AQS เปิดให้บริการ วันจันทร์-ศุกร์ 8:30-16:30 หากเดินทางถึงนอกเวลาทำการ สัตว์เลี้ยงจะถูกเก็บรักษาที่สนามบินจนถึงวันทำการถัดไป — ดังนั้นควรวางแผนเวลาเที่ยวบินด้วย


2. สายพันธุ์สุนัขที่ถูกจำกัด

สายพันธุ์ต่อไปนี้ ห้ามนำเข้า ประเทศไทย:

  • พิตบูลเทอร์เรีย
  • อเมริกันสแตฟฟอร์ดเชียร์เทอร์เรีย
  • สแตฟฟอร์ดเชียร์บูลเทอร์เรีย
  • ร็อตไวเลอร์
  • ฟีลาบราซิเลโร

สายพันธุ์เหล่านี้ห้ามนำเข้า แต่ไม่ได้ห้ามเลี้ยงในประเทศทั้งหมด อย่างไรก็ตาม เจ้าของต้องจดทะเบียน และต้องใส่สายจูงและที่ครอบปากเมื่อพาออกนอกบ้าน หากคุณเลี้ยงสายพันธุ์เหล่านี้ ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากเว็บไซต์กรมปศุสัตว์ก่อนย้ายมาไทย

การขนส่งสุนัขพันธุ์ใหญ่มาไทย โดยทั่วไปต้องใช้ บริการขนส่งสินค้า (cargo) สุนัขพันธุ์เล็กและแมวบางสายการบินอนุญาตให้นำขึ้นห้องโดยสารได้ — ควรตรวจสอบกฎของแต่ละสายการบินล่วงหน้า


3. เลี้ยงสัตว์ในไทย — กฎที่ต้องรู้

พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมและจัดสวัสดิภาพสัตว์

พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. 2557 ห้ามทารุณกรรมสัตว์และการทอดทิ้ง

การกระทำผิดบทลงโทษ
ทารุณกรรมสัตว์จำคุกสูงสุด 2 ปี และ/หรือ ปรับสูงสุด 40,000 บาท
ไม่ดูแลอย่างเหมาะสม (ละเมิดหน้าที่สวัสดิภาพ)ปรับ 40,000 บาท
ทอดทิ้งเช่นเดียวกัน

เจ้าของมีหน้าที่ตามกฎหมายในการจัดหาที่พักอาศัย อาหาร และการดูแลสุขภาพที่เหมาะสม การทิ้งสัตว์เลี้ยงเพราะเลี้ยงไม่ไหว ถือเป็นความผิดทางอาญา

กฎจำกัดจำนวนสัตว์เลี้ยงของ กทม. (มีผล 10 มกราคม 2569)

กรุงเทพมหานคร (กทม.) กำหนด จำนวนสัตว์เลี้ยงสูงสุดต่อครัวเรือน มีผลตั้งแต่วันที่ 10 มกราคม 2569

ประเภทที่พักขนาดจำนวนสูงสุด
คอนโดมิเนียม20-80 ตร.ม.1 ตัว
คอนโดมิเนียมมากกว่า 80 ตร.ม.2 ตัว
บ้าน (ที่ดิน)ไม่เกิน 20 ตร.วา (~80 ตร.ม.)2 ตัว
บ้าน (ที่ดิน)ไม่เกิน 100 ตร.วา4 ตัว
บ้าน (ที่ดิน)มากกว่า 100 ตร.วา6 ตัว

กฎนี้ใช้กับผู้อยู่อาศัยใหม่ — ผู้อยู่อาศัยเดิมไม่ถูกบังคับย้อนหลัง นอกจากนี้ต้องจดทะเบียนสัตว์เลี้ยง (ภายใน 120 วันหลังเกิด หรือ 30 วันหลังนำสัตว์เข้า กทม.) ข้อบัญญัตินี้ใช้เฉพาะ กทม. เท่านั้น ไม่รวมจังหวัดอื่น

กฎเรื่องสัตว์เลี้ยงในคอนโดมิเนียม

การเลี้ยงสัตว์ในคอนโดขึ้นอยู่กับ ข้อบังคับนิติบุคคล (bylaws) ของแต่ละคอนโด ไม่ใช่กฎหมาย

  • “เลี้ยงสัตว์ได้” หรือ “ห้ามเลี้ยง” แตกต่างกันไปตามอาคาร
  • แม้ “เลี้ยงได้” ก็มักมี ข้อจำกัดน้ำหนัก (เช่น ไม่เกิน 5 กก.)
  • ตรวจสอบกับ สำนักงานนิติบุคคล ก่อนเซ็นสัญญาเช่าเสมอ
  • หากเลี้ยงในคอนโดที่ห้ามเลี้ยง อาจถูก ขอให้ย้ายออก

ควรระบุ “เลี้ยงสัตว์ได้” เป็นเงื่อนไขตั้งแต่ขั้นตอนหาห้อง

วัคซีนพิษสุนัขบ้า

โรคพิษสุนัขบ้ายังคงเป็นความเสี่ยงในไทย แนะนำให้ฉีดวัคซีนพิษสุนัขบ้าปีละ 1 ครั้ง สำหรับสัตว์เลี้ยงทุกตัว โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมที่มีสุนัขและแมวจรจัดจำนวนมาก

กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ภูเก็ต และเมืองใหญ่อื่นๆ มีคลินิกสัตวแพทย์คุณภาพสูงหลายแห่ง หลายแห่งมีพนักงานพูดภาษาอังกฤษได้ ค่าตรวจทั่วไปประมาณ 400-1,500 บาท


4. กลับญี่ปุ่น — กับดักใหญ่คือ “กฎ 180 วัน”

สิ่งที่ต้องระวังมากที่สุดเมื่อกลับญี่ปุ่นพร้อมสัตว์เลี้ยง คือ กฎกักกันของญี่ปุ่น ซึ่งเข้มงวดกว่าข้อกำหนดของไทยมาก

ขั้นตอนนำสัตว์เลี้ยงกลับญี่ปุ่น

ขั้นตอนรายละเอียด
① ไมโครชิปต้องฝังไมโครชิปมาตรฐาน ISO
② วัคซีนพิษสุนัขบ้าฉีดอย่างน้อย 2 ครั้ง ภายในระยะเวลาที่มีผล
③ ตรวจแอนติบอดีที่ห้องปฏิบัติการที่กำหนด ต้องได้ ≥ 0.5 IU/ml
④ รอ 180 วันต้องผ่าน 180 วันนับจากวันเจาะเลือด จึงเข้าญี่ปุ่นได้
⑤ ใบรับรองส่งออกจากไทยใบรับรองตรวจสอบส่งออกจากสัตวแพทย์ของรัฐไทย
⑥ แจ้งล่วงหน้าแจ้งด่านกักกันสัตว์ญี่ปุ่นอย่างน้อย 40 วันก่อนเดินทางถึง

ทำไมต้องเริ่มทันทีหลังมาถึงไทย

เพราะกฎ 180 วัน หากเริ่มเตรียมตัวก่อนกลับไม่นาน จะไม่ทัน เช่น หากมาประจำการ 1 ปี การตรวจแอนติบอดีให้เสร็จไวๆ หลังมาถึงไทย จะทำให้ระยะเวลารอครบก่อนกลับ แต่ถ้ารอจนเหลือ 6 เดือนก่อนกลับค่อยเริ่ม อาจไม่สามารถนำสัตว์เลี้ยงเข้าญี่ปุ่นได้ทันเวลา

หากมีแผนกลับญี่ปุ่น ควรเริ่มเตรียมตัวทันทีที่มาถึงไทย รายละเอียดเพิ่มเติมดูได้ที่เว็บไซต์ด่านกักกันสัตว์ (https://www.maff.go.jp/aqs/)


5. ระวังสุนัขจรจัด — ถูกกัดต้องไปโรงพยาบาลทันที

ไทยมีสุนัขและแมวจรจัดจำนวนมาก โดยเฉพาะบริเวณวัด ตลาด และย่านที่อยู่อาศัย หน่วยงานท้องถิ่นและ NGO ดำเนินโปรแกรม TNR (Trap-Neuter-Return) แต่ยังไม่สามารถควบคุมได้ทั้งหมด

ไทยเป็นประเทศที่มีความเสี่ยงโรคพิษสุนัขบ้า ควรระวังสิ่งต่อไปนี้:

  • อย่าเข้าใกล้หรือสัมผัสสุนัขและแมวจรจัด
  • หากถูกกัด ไปโรงพยาบาลทันที เพื่อรับวัคซีนป้องกันหลังสัมผัสโรค (PEP)
  • หากสัตว์เลี้ยงถูกสัตว์จรจัดกัด ติดต่อสัตวแพทย์ทันที
  • สอนเด็กๆ ไม่ให้เข้าใกล้สุนัขที่ไม่รู้จัก

6. สรุป — 3 จุดสำคัญเพื่อใช้ชีวิตกับสัตว์เลี้ยงอย่างอุ่นใจ

จุดสำคัญรายละเอียด
① เริ่มเตรียมนำเข้า 1 เดือนก่อนเดินทางไมโครชิป → วัคซีน → Import Permit → ใบรับรองสุขภาพ ตามลำดับ
② ตรวจสอบกฎคอนโดและวัคซีนพิษสุนัขบ้าเสมอแม้เลี้ยงได้ก็อาจจำกัดน้ำหนัก ฉีดวัคซีนพิษสุนัขบ้าปีละครั้ง
③ หากจะกลับญี่ปุ่น ตรวจแอนติบอดีทันทีกฎรอ 180 วัน ทำให้ต้องเตรียมตัวแต่เนิ่นๆ

ขอบคุณที่อ่านซีรีส์ “ชีวิตในไทยและกฎหมาย” ครบทั้ง 10 ตอน ตั้งแต่ภาษีนำเข้าจากช้อปปิ้งออนไลน์ วีซ่า อสังหาริมทรัพย์ ภาษี ใบขับขี่ การแพทย์ การศึกษา ธนาคาร ความปลอดภัยอาหาร จนถึงสัตว์เลี้ยง — เราครอบคลุมกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของชาวญี่ปุ่นในไทยอย่างกว้างขวาง กฎหมายไทยมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ กรุณาตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากเว็บไซต์ทางการ เราจะยังคงนำเสนอข้อมูลกฎหมายที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับการใช้ชีวิตในไทยต่อไป


บทความที่เกี่ยวข้อง — ซีรีส์ “ชีวิตในไทยและกฎหมาย” ครบ 10 ตอน


บทความนี้สรุปข้อมูลทั่วไป ณ เดือนเมษายน 2569 ขั้นตอนการนำเข้า-ส่งออกสัตว์เลี้ยงอาจเปลี่ยนแปลงได้ กรุณาตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากกรมปศุสัตว์ (DLD) ด่านกักกันสัตว์ญี่ปุ่น และสายการบินของคุณ บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับระบบกฎหมายของประเทศไทย และไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมายภายใต้กฎหมายไทย สำหรับกรณีเฉพาะ กรุณาปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่มีใบอนุญาตทนายความไทย สำนักงานของเราทำงานร่วมกับทนายความไทยของ JTJB International Lawyers

← บทความ
— Get in touch —

เกี่ยวกับเนื้อหาบทความ
โปรดปรึกษาเรา

สำหรับคำปรึกษาเฉพาะเจาะจงที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อในบทความ กรุณาติดต่อเราผ่านแบบฟอร์ม เราจะตอบกลับภายใน 3 วันทำการ ข้อมูลทุกประการจะถูกเก็บรักษาเป็นความลับ

แบบฟอร์มติดต่อ
Responseภายใน 3 วันทำการ
Hoursจ–ศ 9:00–18:00 (เวลากรุงเทพฯ)
Languagesญี่ปุ่น · อังกฤษ · ไทย
Privacyเก็บรักษาเป็นความลับอย่างเคร่งครัด